ทำเว็บ สร้างเว็บ สร้างเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ รับทำเว็บ รับทำเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพ
      พระประวัติในหลวง
    บทเพลงพระราชนิพนธ์
    กลับหน้าแรก
    ศาสนาพุทธ
    สารบัญพุทธประประวัติ
    พระพุทธเจ้า ๒๘ พระองค์
    ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
    วันสำคัญพระพุทธศาสนา
    ประวัติพระพุทธเจ้า
    พระไตรปิฎก
    ประวัติองคุลีมาล
    คัมภีร์พระเวท
    พระสุนทรีวาณี
    รวมบทสวดมนต์พุทธ-คาถา
    คาถาป้องกันตัว108
    ห้องสวดมนต์
    "สูตรแห่งใจ"
    พระนางปรัชญาปารมิตา
    บทสวดปรัชญาปารมิตา
    พระอวโลกิเตศวร
    พระมัญชุศรีโพธิสัตต์
    พระโพธิสัตต์ตารา
    สัญลักษณ์โอม ॐ
    รวมคาถาบูชาเทพ
    พิธีการบูชาไฟ
    พระพิฆเนศวร
    ประวัติพระพรหม
    ประวัติพระสุรัสวดี
    รวมภาพของพระแม่สุรัสวดี
    ประวัติพระศิวะ
    พระศรีมหาอุมาเทวี
    พระแม่กาลี
    พระขันธกุมาร
    พระกฤษณะ
    พระวิษณุ-นารายณ์
    ประวัติพระลักษมี
    ตำนานพระแม่ธรณี
    พระแม่คงคา
    พระเพลิง
    พระพาย พระวายุ
    พระตรีมูรติ
    พระตรีศักติ
    ประวัติพระอินทร์
   ติดต่อสอบถาม-ให้คำแนะนำ
    เคล็ดลับทำให้ตนเองมีราศรี
    กฏระเบียบในการเข้าใช้เว็บไซต์
    เว็บไซด์พระพุทธศาสนา
    สกศ ศาสนา วัฒนธรรม
    ธรรมจักร ธรรมะออนไลน์
    มูลนิธิมหามกุฏ
    ลานพระพุทธศาสนา
    ธรรมมะไทย
    คลังปัญญาไทย
    พลังจิต
    กุศล.คอม พุทธสุภาษิต
    ศึกษาพระไตรปิฎก
    dhamma4ever
    พุทธทาสดอทคอม
    พลังธรรม
    buddhamongkon
    โรงพยาบาลสงฆ์
    พิธีกรรมงานบวชพระ
   ที่ปฏิบัติธรรมกว่า41แห่ง
   ประวัติศาสตร์ไทย
   เที่ยวทั่วไทย
    อนุตตรธรรม?
   วิถีอนุตตรธรรม
   ฟาอี ฉงเต๋อ
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 3
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 36
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 1,583,443
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
26 พฤษภาคม 2556
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
   
10  11 
12  13  14  15  16  17  18 
19  20  21  22  23  24  25 
26  27  28  29  30  31   
             
ทำเว็บ สร้างเว็บไซต์
ออกแบบเว็บไซต์ รับทำเว็บ
ทำเว็บ สร้างเว็บ สร้างเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ รับทำเว็บ รับทำเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพ
 नमस्ते
+

montradevi.org > montradevi.makewebeasy.com > พระศิวะ
  ผู้เขียน
 หัวข้อ : พระศิวะ (อ่าน 96803)   
montradevi
Admin
เมื่อ 29 ธ.ค 51 00:16 น.

Tue 2, Nov 2010 05:27:05



พระอิศวร
หรือ พระศิวะ
(
ภาษาอังกฤษ : Shiva, Mahesh) (ภาษาฮินดี: शिव) หรือชาวจีนเรียกว่า พระยกอ๋องซ่งเต เป็นเทพตามความเชื่อของชาวฮินดู มีพาหนะ คือ โคเผือก ชื่อว่า อุศุภราช พระอิศวรเป็นมหาเทพแห่งการทำลาย มีกายสีขาว แต่พระศอเป็นสีดำเพราะเมื่อตอนที่พระนารายณ์และเหล่าเทวดา อสูร ทำพิธีกวนสมุทรโดยใช้พญานาคเป็นตัวฉุดเขาพระสุเมรุนั้น ใช้เวลากวนนานมาก พญานาคจึงคลายพิษออกมาปกคลุมไปทั่วโลก พระศิวะ จึงว่าเกรงจะเป็นภัยต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตในโลกจึงได้สูบเอาพิษเหล่านั้นไว้จึงทำให้ คอของพระศิวะเป็นสีดำนั้นเอง มีพระเนตรถึง ๓ ดวง ดวงที่ ๓ อยู่กลางพระนลาฎ ซึ่งตามปกติจะหลับอยู่ เนื่องจากพระเนตรดวงที่ ๓ นี้ มีอานุภาพร้ายแรงมาก หากลืมขึ้นเมื่อใดจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้ ประทับอยู่ ณ เขาไกรลาส อันเป็นศูนย์กลางแห่งจักรวาล มีมเหสีคือ พระแม่อุมา รูปลักษณ์ของพระอิศวร โดยมากจะปรากฏให้เห็นเป็นชายผมยาว มีพระจันทร์เป็นปิ่นปักผม มีลูกประคำหรือกะโหลกมนุษย์เป็นสังวาล มีงูเห่าพันรอบพระศอ นุ่งห่มหนังเสืออันเป็นเครื่องนุ่งห่มของฤๅษี การบูชาพระอิศวรจะกระทำได้โดยการบูชาต่อศิวลึงค์อันเป็นสัญลักษณ์แทนตัวพระองค์นั่นเอง




พระอิศวรมีท่าร่ายรำอันเป็นการร่ายรำของเทพเจ้า เรียกว่า "ปางนาฏราช"(nataraja) เมื่อแปลงกายลงไปปราบฤๅษีที่ไม่ประพฤติตนอยู่ในเพศดาบส ซึ่งต่อมาชาวฮินดูได้ถือเอาท่าร่ายรำนี้เป็นต้นแบบของการร่ายรำต่าง ๆ มาตราบจนปัจจุบัน


พระอิศวรยังถือว่าเป็นเจ้าแห่งผีอีกด้วย โดยมีพระนาม

เรียกว่า "ปีศาจบดี"




พาหนะ



ขอบคุณภาพจาก
mahathep.com 


โคที่มีนามว่า อุศุภราช คือ โคเผือกที่เป็นพาหนะประจำขององค์พระศิวะ

ในบางคัมภีร์นั้นก็กล่าวถึงประวัติการกำเนิดของโคนนทิราชนี้แตกต่างออกไปด้วยกล่าวว่าแต่เดิมนั้นโคนนทิราช หรือ โคอุศุภราชนี้เป็นเทพบุตรองค์หนึ่งบนสรวงสวรรค์ชั้นฟ้า ซึ่งเทพบุตรองค์นี้ก็มีนามว่านนทิ มีหน้าที่เป็นเทพที่คอยคุ้มครองดูแลบรรดาสัตว์สี่เท้าทั้งปวงที่อาศัยอยู่ในป่าใกล้ๆ กับเขาไกรลาส



และเทพนนทิที่เป็นเทพที่ครองสัตว์จัตุบาททั้งปวงนั้นก็มักจะนิรมิตองค์เองให้กลายเป็นโคเผือก เพื่อให้พระศิวะได้เสด็จประทับไปยังแห่งหนต่าง ๆจนเป็นเสมือนพาหนะประจำพระองค์ไปโดยปริยาย





Fri 5, Nov 2010 06:07:59           
 


ตำนานกำเนิดพระศิวะ


ยุคพระเวท

เรื่องก็มีอยู่ว่าพระพรหมนั้นเกิดความรำคาญอกรำคาญใจเป็นอย่างยิ่งนักที่พระเสโทหรือเหงื่อผลุดซึมทั่วพระวรกายและยังไหลรินย้อยลงทั่วบริเวณพระพักตร์อีกด้วย ในวันอันร้อนอ้าวเช่นนั่น พระพรหมทรงบำเพ็ญภาวนา เพิ่มตบะบารมีให้แกร่งกล้าอย่างมุ่งมั่นเมื่อรู้สึกว่าถูกรบกวนด้วยเหงื่อเช่นนั้นก็จึงได้นำเอาไม้ไปขูด ๆที่บริเวณพระขนงหรือคิ้ว โดยมิได้ระมัดระวังองค์นัก คมของ
ไม้นั้นจึงได้บาดบริเวณพระขนงของพระองค์จนกระทั่งปรากฏพระโลหิตผลุดซึมออกมาและหยาดหยดลงบนกองเพลิงเบื้องหน้าของพระองค์นั้นเอง


ทันทีที่พระโลหิตหยาดหยดลงในเปลวเพลิงก็พลันเกิดเป็นเทพบุตรองค์หนึ่ง จุติขึ้นมาในเปลวเพลิงนั้น ทันทีที่ถือกำเนิดขึ้นมาเบื้องหน้าพระองค์เทพบุตรผู้งดงามองค์นี้ก็ได้ร้องไห้ พลางขอให้พระองค์ประทานชื่อให้แก่ตน ซึ่งพระพรหมได้ประทานชื่อให้ถึง 8 ชื่อ ด้วยกันดังนี้


ภพ สรรพ ปศุบดี อุดรเทพ มหาเทพ รุทร อิศาล อะศะนิ


หลังจากนั้นเทพองค์นี้ก็มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่นับถือของมนุษย์ทั่วไป โดยส่วนใหญ่แล้วบรรดามวลมนุษย์จะนับถือบูชาเทพบุตรองค์นี้ในนามของพระรุทรอันเป็นชื่อ ๆหนึ่งใน 8ชื่อนี้ ซึ่งนามรุทรนี้มีความหมายแปลได้ว่า ร้องไห้ แต่สำหรับชื่ออื่น ๆ อีก7 ชื่อนั้นยังไม่เป็นที่นิยมแพร่หลายเท่าไรนัก


ว่ากันว่าพระรุทรเทพบุตรที่มีชื่ออันแปลว่าร้องไห้นี้เป็นมหาเทพที่มีความยิ่งใหญ่เกรียงไกรมีอำนาจบารมีค่อนข้างสูงนักในยุคพระเวทนี้ และยังเป็นเทพที่มนุษย์ทุกผู้ทุกนามนิยมนับถือบูชากันอย่างจริงจังทั่วไปโดยนับถือให้พระรุทรเป็นเทพผู้ทำลายล้าง คือทำลายสิ่งที่เลวร้ายให้สะอาดบริสุทธิ์ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง หรือหมายถึงการทำลายสิ่งเลวให้เกิดสิ่งที่ดีงามขึ้นใหม่




ยุคมหากาพย์ มหาภารตะ

ในยุคนี้มีความเชื่อกันใ
นเรื่องกำเนิดพระศิวะว่า พระองค์นั้นทรงจุติออกมาจากพระนลาฏ หรือหน้าผากของพระพรหมจึงเท่ากับว่าพระศิวะก็เป็นพระโอรสองค์หนึ่งของพระองค์มหาเทพ


ยุคไตรเภท

คัมภีร์ในยุคนี้ได้บันทึกถึงกำเนิดพระศิวะว่า ทรงประสูติจากพระนางสุรภี และพระบิดาก็คือพระกัศยปะเทพบิดร




พระมเหสี

Tue 2, Nov 2010 05:38:12


พระศิวะทรงมีเอกอัครมเหสีคือ พระแม่อุมามหาเทวี หรือชาวฮินดูนิยมเรียกกันว่าพระนางปาราวตี ซึ่งเป็นอิตถีเทพ ที่งดงามเป็นยิ่งนัก และยังเป็นเทพเทวีที่มีผู้คนนิยมบวงสรวงบูชามากมายว่าเทพนารีองค์อื่นองค์ใด


พระแม่ปราวตีหรือพระแม่อุมามหาเทวีนี้นั้น เป็นมเหสีคู่พระทัยของพระศิวะ ซึ่งปรากฏอยู่ในทุกคัมภีร์ทุกตำราเลยทีเดียว ด้วยเพราะพระศิวะนั้นไม่ปรากฏว่าจะมีพระชายาอีกมากมายดังมหาเทพองค์อื่น ๆ


พระศิวะมีเพียงพระคงคาและพระนางสนธยาเท่านั้นที่เป็นพระชายาคู่บารมีอีก 2 พระนาง พระแม่คงคานั้นแต่เดิมก็เป็นพระชายาองค์รอง ๆของพระนารายณ์หรือพระวิษณุ ซึ่งเมื่อได้มีเรื่องมีราวขัดแย้งบาดหมางกันระหว่างบรรดาพระชายาพระวิษณุ จนก่อเหตุให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญใจ พระวิษณุจึงได้นำพระแม่คงคามาถวายให้เป็นพระชายาของพระศิวะ


และพระแม่คงคานั้นโดยแท้จริงแล้วเป็นพระพี่นางของพระแม่อุมาอัครมเหสีของพระศิวะอีกด้วย


ส่วนพระนางสนธยานั้นเป็นธิดาของพระพรหม มหาเทพอีกพระองค์หนึ่ง ซึ่งมีความผิดในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง จนเป็นเหตุให้พระพรหมผู้เป็นบิดาทรงกริ้วนัก และปรารถนาที่จะลงโทษพระธิดาสนธยาอย่างหนัก ซึ่งพระธิดาก็เกรงกลัวที่จะถูกลงโทษทัณฑ์ จึงได้แปลงกายเป็นนางเนื้อหลบลี้หนีพระบิดาไปเสีย


พระพรหมเองก็ไม่ยอมลดละ ด้วยความกริ้วถึงกับนิรมิตองค์เป็นกวางตามนางเนื้อไปในทันที พระศิวะได้ทรงบังเอิญมาพบเห็นเข้า ก็จึงได้มีความเห็นใจพระธิดาสนธยา ครั้นจะห้ามปรามพระพรหมผู้เป็นบิดาของพระนางสนธยาก็ดูจะกระไรอยู่ จึงได้ยับยั้งความกริ้วของพระพรหมในครั้งนั้นด้วยการแผลงศรไปถูกเศียรกวางขาดกระเด็น


เมื่อพระพรหมกลับคืนมาสู่ร่างเดิม ก็จึงได้คลายความโกรธ และพระศิวะก็ได้พูดคุยกับพระพรหมให้ยกโทษให้กับพระธิดา และการขออภัยโทษแก่พระนางสนธยานั้นคงจะไม่เป็นการสำเร็จโดยง่าย พระศิวะจึงได้ใช้วิธีทูลขอพระนางสนธยามาเป็นพระชายา

ด้วยความเกรงอกเกรงใจกัน พระพรหมจึงได้ยินดียกพระธิดาให้ไปเป็นพระชายาของพระศิวะ ด้วยเหตุนี้เองที่พระธิดาสนธยาจึงไม่ต้องถูกพระบิดาลงโทษ ดังนั้นจึงเห็นได้ว่าการที่มีพระชายาเพิ่มขึ้นมานั้นไม่ได้เป็นเพราะพระศิวะออกไปแสวงหาด้วยความมากรักหลายใจแต่อย่างใด


Tue 2, Nov 2010 05:39:25


พระโอรส


พระศิวะทรงเป็นพระบิดาของพระพิฆเนศวรและพระขันธกุมาร พระโอรส 2 พระองค์นี้ประสูติจากพระนางปาราวตี หรือพระแม่อุมา อัครมเหสีคู่บารมี ซึ่งก็ไม่ปรากฏว่าพระศิวะจะทรงมีโอรสธิดากับพระชายาอื่น ๆอีกหรือไม่



ganesh.jpg

                         พระพิฆเนศวร


พระโอรส 2 พระองค์ของพระศิวะนั้นก็ไม่ใช่เทพธรรมดาๆแต่ทว่ามีความสำคัญต่อสวรรค์และโลกมิใช่น้อย พระพิฆเนศวรทรงเป็นมหาเทพที่มีเศียรเป็นช้างมีงาเดียว บรรดาพวกศิลปินทั้งหลายล้วนนับถือบูชาพระพินเณศวรกันเป็นที่แพร่หลายจนถึงในปัจจุบัน และกว้างขวางไปทั่วโลกด้วย แม้แต่ในบ้านเราก็สักการะบูชาพระพิฆเนศวรกันมิใช่น้อย

Fri 5, Nov 2010 06:09:40



                พระขันฑกุมาร


ส่วนพระขันทกุมารนั้นทรงเป็นเทพแห่งสงครามมีรูปลักษณ์เป็นเทพที่งามสง่าแฝงไว้ด้วยความห้าวหาญชาญชัยในลักษณะของนักรบ ชาวอินเดียจะสัการะบูชาพระขันทกุมารในช่วงเดือน 5 ขึ้น 6 ค่ำ ซึ่งเรียกกันว่า พิธีกรรตติเกยะ อันเป็นพิธีกรรมที่มีเพียงแต่บวงสรวงบูชาและมีระบำรำฟ้อนตัวเทพการบูชาเทพองค์อื่นๆ


เพราะการบูชาพระขันทกุมารนี้จะมีการละเล่นเป็นเกมกีฬาและกรีฑาหลากหลายประเภทที่จะมุ่งเน้นการแข่งขันที่แสดงความแข็งแรงและเชี่ยวชาญทางอาวุธ เช่น การยิงธนู เป็นต้น



Fri 5, Nov 2010 06:17:26


สำหรับพระธิดานั้น บางคัมภีร์บันทึกว่าพระศิวะไม่ได้ทรงมีลูกสาวเลยแม้แต่องค์เดียว


แต่บางคัมภีร์ระบุว่าพระศิวะมีลูกสาวองค์เดียวคือ พระนางมาริษาหรือมนสาเทวี อิตถีเทพผู้เป็นที่กล่าวขวัญกันว่างดงามเป็นยิ่งนัก


แต่ทว่าในคัมภีร์ก็กล่าวว่าพระธิดาองค์นี้จะประสูติจากพระมเหสีองค์ใดของพระศิวะก็มิอาจทราบได้ เพราะมิได้ปรากฏหลักฐานอันใด จึงมีการสันนิษฐานกันว่า อาจจุติมาจากการที่พระศิวะทรงนิรมิตเสกสรรขึ้นมาเองก็เป็นได้


และไม่มีทางที่พระนางมาริษาจะเป็นธิดาของพระศิวะที่ประสูติจากพระนางปาราวตีหรือพระแม่อุมาเพราะมีเรื่องร่ำลือกันว่า พระนางมาริษาไม่ค่อยถูกชะตากับพระอัครมเหสีของผู้เป็นพระบิดาเท่าใดนัก


พระนางมาริษากับพระนางปาราวตีมีเรื่องขัดแย้งกันบ่อย ๆจนฝ่ายอ่อนเยาว์กว่าได้ตัดสินใจเสด็จลงมาประทับบนโลกและสถิตย์อยุ่ในฐานะเทพนารีที่ประทานพรต่อมนุษย์ จึงมีผู้คนนิยมสักการะบูชากันไม่น้อยในเวลาต่อมา


โดยทั่วไปมักจะมีความเชื่อกันแต่เพียงว่า พระศิวะทรงมีลูกชาย 2 องค์เท่านั้นคือพระพิฆเณศวรกับพระขันทกุมารนั่นเอง


Fri 5, Nov 2010 06:03:59

กำเนิดศิวลึงค์


ตามตำนานของอินเดียกล่าวว่า ศิวลึงค์สามารถป้องกันภัยอันตรายต่างๆได้


ตำนานการเกิดศิวลึงค์ในทางศาสนาสากลได้กล่าวไว้ว่า ในครั้งหนึ่งเจ้าแม่กาลีซึ่งเป็นอีกภาคหนึ่งของพระแม่อุมามหาเทวีอัครมเหสีขององค์พระศิวะมหาเทพนั้น ได้บังเกิดความกริ้วในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งทรงบังเกิดความไม่พอใจอย่างมาก จนกระทั่งได้เกิดโรคระบาดในหมู่บ้าน ทำให้เจ็บไข้ได้ป่วย ลมตายเป็นจำนวนมาก ซึ่งบรรดาชาวบ้านชาวเมืองได้เชื่อกันว่าภัยพิบัติครั้งนั้นเกิดขึ้นจากความกริ้วของเจ้าแม่กาลีเป็นแน่ ดังนั้นพวกพราหมณ์จึงได้ปรึกษาหารือกันแล้ว มีมติให้นำดินมาปั้นเป็นรูปอวัยวะเพศของพระศิวะ เพื่อถวายให้กับเจ้าแม่กาลี ซึ่งก็เป็นที่ทราบกันดีอยู่ว่า พระแม่อุมาในภาคนี้นั้นค่อนข้างจะดุดันมิใช่น้อย


การปั้นเป็นรูปอวัยวะเพศให้เป็นเสมือนสัญลักษณ์ตัวแทนของพระศิวะ แล้วนำไปถวายเพื่อบูชาเจ้าแม่กาลีนั้นจึงน่าจะทำให้เจ้าแม่เกิดความพอใจและระงับความกริ้วลงได้


ซึ่งปรากฏว่าเมื่อพวกพราหมณ์ได้นำเอาศิวลึงค์หรือรูปของลับนั้นไปบูชายังเทวลัย หรือศาลเจ้าที่มีรูปเคารพของเจ้าแม่กาลีประดิษฐานอยู่ และได้มีการสวดมนตร์สรรเสริญบูชา ถวายเครื่องบวงสรวงสังเวยต่างๆพร้อมกับรูปศิวลึงค์นั้น


ปรากฏว่าเมื่อเสร็จสิ้นการบวงสรวงบูชาในพิธีกรรมนั้น บรรดาชาวบ้าน ชาวเมืองก็ได้รอดพ้นจากโรคระบาด ที่ทำให้ป่วยไข้และล้มตายกันไปอย่างน่าอัศจรรย์นัก เพราะหลังจากนั้นไม่นานโรคระบาดก็ได้หายไปไม่เกิดขึ้นอีก จึงทำให้ได้มีการสร้างรูปศิวลึงค์กันอย่างแพร่หลาย และได้มีการประกอบพิธีกรรมบูชาศิวลึงค์นั้น ควบคู่ไปกับการสักการะบูชาเจ้าแม่กาลีด้วย


นี่เป็นตำนานการเกิดศิวลึงค์อีกตำนานหนึ่ง ซึ่งยังได้ระบุว่าการที่พ่อแม่นำศิวลึงค์ขนาดเล็กๆผูกไว้กับเชือกแล้วผูกรอบเอวของเด็ก ๆก็เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าแม่กาลีทำร้ายเด็กได้ เด็กที่ผูกศิวลึงค์ไว้ป้องกันตัว ก็จะแข็งแรงไม่เจ็บไข้ได้ป่วย ซึ่งก็เป็นความเชื่อหนึ่งที่ยังมีให้เห็นในปัจจุบันนี้และแม้แต่ในบ้านเมืองเราก็มีปรากฏให้เห็นถึงความเชื่อนี้ด้วยเช่นกัน แต่เราจะเรียกศิวลึงค์นั้นว่า "ปลัดขิก"


ในเทวลัยบางแห่งนั้น นอกจากรูปศิวลึงค์ที่สร้างเป็นรูปแท่งอวัยวะเพสชาย จากหินบาง จากดินบ้างหรือจากไม้แกะสลักบ้างแล้วนั้น ในบางแห่งจะปรากฏว่าฐานของศิวลึงค์จะมีแท่นรองรับอีกแท่นหนึ่ง ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์แทนอวัยวะเพศหญิง เรียกกันว่า "โยนี" นั่นเอง


การที่ได้คิดสร้างโยนีเป็นแท่นรองรับศิวลึงค์นั้น ก็เพื่อให้เป็นเสมือนสัญลักษณ์แทนองค์พระแม่อุมา ที่เป็นอัครมเหสีขององค์พระศิวะมหาเทพนั่นเอง


และในความหมายอันลึกซึ่งกว่านั้น ตามคติพราหมณ์ได้เชื่อกันว่าทั้งโยนีและศิวลึงค์ ซึ่งเป็นอวัยวะเพศหญิงและอวัยวะเพศชายนั้น ก็เปรียบเสมือนสิ่งของที่จะต้องคู่กัน และมีพลังที่จะส่งเสริมกันให้มีอำนาจและมีพลังยิ่งใหญ่โดยแท้ เสมือนกับผู้หญิงที่มักจะเป็นแรงเสริมคอยผลักดันให้ผู้ชายได้มีอำนาจมีความยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง อันเป็นสิ่งที่จะต้องคู่กันและเสริมกันให้เกิดความสมบูรณ์อย่างแท้จริง ในการดำเนินชีวิตของมนุษยชาติ


การบูชาศิวลึงค์ 

เครื่องบวงสรวงที่จะใช้ในพิธีกรรมนี้ก็ประกอบด้วยน้ำนมสดและพวงมาลัยดอกไม้สดเป็นพิเศษ นอกจากนั้นก็ยังมีเครื่องประกอบพิธีดังนี้


- ดอกไม้เหลือง

- ดอกไม้แดง

- ข้าวตอก

- ใบมะตูม

- หญ้าคา

- มูลโค

- มะพร้าวอ่อน

- เมล็ดธัญพืชต่าง ๆเช่น ข้าวโพดแห้ง เมล็ดข้าวแห้ง

- ธูปหอมและเทียนหอม

Fri 5, Nov 2010 06:10:16


คาถาอัญเชิญพระศิวะ


โอม นะมัสศิวายะ

จะ นะมัสศิวารายะ

จำเปนะ เคารา นะสีธะ กายายะ

ตันตะ ปูระณะ กาวะนะสิ จะ กายอ

นะมัสศิวารายะ ยะยอ กัตตุกะรี

คิกากัง คะมะติ จัตติตา ยอเนสิ

สะกุลธะรา ยายะ นะมัสศิวาระยะ

อาระคัม สัมปุญญะยัม สีวิรุธ

ตะรัยยะเก มะเหยเต


โอม นะโม อิศศะราเม

ศิวะเทวัญ จะ ภะวันตุเม

ทุติยัมปิ นะโม อิศศะราเม

ศิวะเทวัญ จะ ภะวันตุเม

ตะติยัมปิ นะโม อิศศะราเม

ศิวะเทวัญ จะ ภะวันตุเม *


โอม นะมัส สิวายะ

จำเป นะเคารา นะสีระกายายะ

กัตตะปูระณะ กาวะนะสี จะกายอ

นะมัสสิ วายะยายะ จะนะมัสสิ วายะยอ

กัตุกรี คิกากัง คะมะติวัตติตายายะ

มะมิกุณธะลายอ นะมัสสิวายายะ จะนะมัสสิวายา


อะระคัม สัมปุญญัม สีวิรุส

ตะไรยยะเก กาเม จะมะเหยะเต

Fri 5, Nov 2010 06:03:35

คาถาบูชาพระศิวะแบบย่อ

.....       โอม นมัช ศิวายะ.....



ขอบคุณข้อมูลจากwww.geocities.com

แก้ไขเมื่อ 06 ธ.ค 55 09:45 น.
jackcubza
Guest
ตอบ # 1 เมื่อ 20 ม.ค. 52 15:53 น. [แจ้งลบ]
อารตี(พิธีบูชาไฟ)





เว็บไซค์ สวยมากครับ เนื้อหาและสาระมากมาย ชอบมากครับ
แก้ไขเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2553 05:37 น.
http://www.mahathep.com
Guest
ตอบ # 2 เมื่อ 14 มี.ค. 52 23:46 น. [แจ้งลบ]

รูปพาหนะของพระศิวะ ไม่ใช่ รูปนี้ครับ

รูปที่นำมาขึ้น เป็นรูปของพระแม่กามาเทนุ ครับ

รูปพระแม่กามาเทนุ ผมเป็นคนอัพไว้เองครับ

คนละอย่างกันกับ พระโคอสุภราช (พระนนทิ) ครับ

ผมขอนำภาพพาหนะของพระศิวะ มาโพสแก้ให้นะครับ



ยินดีที่ได้รู้จักและมาเยี่ยมชมครับ

ฟ้า
Guest
ตอบ # 3 เมื่อ 23 มี.ค. 52 02:05 น. [แจ้งลบ]
ขอพรของพระองค์ประทานแด่บุคลที่ทำความดีค่ะ
มนตราเทวี
Guest
ตอบ # 4 เมื่อ 23 มี.ค. 52 19:45 น. [แจ้งลบ]
ขอบคุณมากค่ะคุณเสือดำที่กรุณามาบอกข้อมูลให้นะคะ ผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยค่ะ พอดีหายไปหลายวันติดสอบเลยไม่ได้แวะมาแก้ ขอบคุณเจ้าค่ะ (ลูกพ่อน้ำใจยิ่งใหญ่แท้)



ยินดีต้อนรับค่ะ
mahathep.com ยินดีที่รูจักด้วยเจ้าค่ะ
แก้ไขเมื่อ 23 มีนาคม 2552 19:53 น.
เกรซ
Guest
ตอบ # 5 เมื่อ 26 มี.ค. 52 05:56 น. [แจ้งลบ]
มนต์ขออะไรหรอบอกหน่อยดิหรือว่าส่งมาเป็นเมลได้ไหมค่ะ

Grate254772@hotmail.com

เกรซอยากได้เพราะว่าเก็บไว้เปิดตอนเช้าที่ห้องทุกวันเวลาส่วนมนต์
แอดมิน
Guest
ตอบ # 6 เมื่อ 30 มี.ค. 52 08:24 น. [แจ้งลบ]
ที่คุณเกรซถามอ่ะว่ามนต์ของอะไรหมายถึงเพลงในเว็ปหรือเปล่าคะ

ถ้าใช่ไปดาวน์โหลดได้เลยค่ะ


http://montradevi.makewebeasy.com/customize_0_66074_TH.html3
เกรซ
Guest
ตอบ # 7 เมื่อ 03 เม.ย. 52 22:06 น. [แจ้งลบ]

ขอพระคุณมากน่ะค่ะคุณแอดมิน


ขอองค์พระคุณศรีรัตน์ตรัยคุ้มครองท่านขอให้มีความสุขขึ้นๆๆไปด้วเถอะ

จากเกรซ
ฟ้า
Guest
ตอบ # 8 เมื่อ 03 เม.ย. 52 22:08 น. [แจ้งลบ]

คิดดีทำดีต่อบิดามารดาและไม่ทำลายพระศาสนาก็เป็นคนที่ดีค่ะ

เกรซ
Guest
ตอบ # 9 เมื่อ 05 เม.ย. 52 23:35 น. [แจ้งลบ]

พี่แอดมินค่ะพี่เป็นคน2ภาคเปล่าค่ะถ้าใช่ก้ดีเลยน่ะค่ะ


จากเกรซ


เจ้าของบ้าน
Admin
ตอบ # 10 เมื่อ 14 เม.ย. 52 15:22 น. [แจ้งลบ]

คุณเกรซคะคนสองภาคนี่หมายถึงอะไรคะ ช่วยอธิบายให้กว้างด้วยค่ะ

เกรซ
Guest
ตอบ # 11 เมื่อ 28 เม.ย. 52 00:40 น. [แจ้งลบ]

นับเป็นร่างทรงของการเดินสายกลางมาตั้งแต่เริ่มเช่นสายพุทธะไม่เกี่ยวข้องกับมนต์ดำหรือเห็นมนต์ช่วยคนผิดกระทำคนที่ถูกต้องนั้นเอง

เป็นเพราะสมัยนี้มีร่างทรงหลอกลวงมากดูง่ายน่ะ ตัวอย่างเช่น


พี่แอนมินไปดูหมดดูใช้ไหมพี่ลองเอาตัวอย่างที่ไม่ดีของตัวเราเองบอกกับหมอดู คนนั้นเช่นพี่เคยเอาเงินแม่ไป500แต่พีบอกว่าหมอค่ะน้องหนูเคยเอาเงินแม่ไป500บาทหรือเปล่าค่ะช่วยดูให้หน่อยสิค่ะถ้าเขาตอบว่าไม่ใช้น้องแต่เป็นพี่งั้นแปลว่าหมอดูคนนั้นไม่แม่น


ใช่ได้กับหมอดูและร่างทรงหลอกลวงไงพี่


เอาอย่างนี้ดีกว่าเดียวพ่จะงงเอเบอร์น้องเกรซไปเลย                                      0800704314 และ 0859853181 และ 02776474365


น้องเกรซ


แอดมิน
Guest
ตอบ # 12 เมื่อ 28 เม.ย. 52 02:25 น. [แจ้งลบ]
ฮ่าๆ พี่รู้แต่เพียงว่าพี่นับถือพุทธแต่บูชาเทพ มีพระพุทธอยู่ในใจ ศรัทธาเทพอยู่ในกาย



สรุปพอเข้าใจและค่ะ  คนสองภาคหมายถึงร่างทรงใช่ปล่าว(ไม่รู้)แต่พี่ไม่ใช่ร่างทรง"



เป็นคนธรรมดาที่ศรัทธาเทพเท่านั้น



ลืมไปช่วงนี้ไม่ว่างงานนอกเยอะมากมายไงว่างๆพี่จะโทรไปคุยเล่นค่ะ
เกรซ
Guest
ตอบ # 13 เมื่อ 29 เม.ย. 52 00:36 น. [แจ้งลบ]

ขอบคุณค่ะพี่แอดมินเช่นกันเลย



เกรซ
Guest
ตอบ # 14 เมื่อ 14 พ.ค. 52 00:21 น. [แจ้งลบ]

เปลี่ยนเวอชั่นใหม่ด้วยอย่างนี้เกรซต้องชวนเพื่อนมาดูละน่ารักดีค่ะ

อิงอร
Guest
ตอบ # 15 เมื่อ 18 พ.ค. 52 21:32 น. [แจ้งลบ]
รูปลักษณ์อลังการ์ดีจังเลย มนต์ก็อบอุ่นใจจังเลย สาธุ สาธุ สาธุ

แวะไปเยี่ยมที่ http://www.buddhamongkon.net บ้างนะ

ชอบจัง พากันก้าวต่อไปอย่าได้หยุด มวลมนุษย์ที่ศรัทธาอย่างกล้าแกร่ง

             เดินนำไปเถอะนะ จะตามเอง ด้วยมนตราบรรเลงชุบชีวัน
ปารณีย์ โฮลี่สวีท
Guest
ตอบ # 16 เมื่อ 27 พ.ค. 52 16:50 น. [แจ้งลบ]
ขายขนมบุชาเทพจ้า  ขนมโมทะกะ ลาดู  สำหรับบูชาองค์มหาเทพพิฆคเณศ โดยเฉพาะ



จัดส่ง EMS ถึงบ้านค่ะ



รายละเอียดเพิ่มเติม เชิญที่ www.mongkut.com



หรือ โทร คุณปารณีย์ 087683 3358
คณะมนตราเทวี
Guest
ตอบ # 17 เมื่อ 27 พ.ค. 52 21:34 น. [แจ้งลบ]
ขอบคุณทุกท่านนะคะที่เข้ามาเยี่ยมชมบ้านหลังนี้ ยินดีต้อนรับเสมอค่ะ





ขอบคุณ  คุณเกรซผู้น่ารักที่แวะมาบ่อยๆขาประจำเว็ปเรา



ขอบคุณ คุณอิงอร บทกลอนของท่านได้อ่านแล้วซึ้งใจยิ่ง แล้วจะเข้าไปเยี่ยมเยือนค่ะ



ขอบคุณ คุณปารณีย์ โฮลี่สวีท ที่แวะเวียนมาบอกบุญ
ok
Guest
ตอบ # 18 เมื่อ 30 พ.ค. 52 11:21 น. [แจ้งลบ]

เกรซ
Guest
ตอบ # 19 เมื่อ 31 พ.ค. 52 06:47 น. [แจ้งลบ]

วันนี้วันดีน่ะค่ะพอดีว่าเกรซไปตั้งศาล จ.ลพบุรี่


**ทำการมงคลได้หมดเลย

ขอบคุณค่ะพี่แอดมิน


ขอพระคุณศรีรัตน์ไตยรักษาองค์เทวะทั้งหลายจงประทานพรแด่คนที่ใจบุญมากขอให้ท่านทั้งหลายเจอแต่ความสุขด้วยเถอะ

สาธุ



จาก เกรซ
เกรซ
Guest
ตอบ # 20 เมื่อ 02 มิ.ย. 52 22:50 น. [แจ้งลบ]

**วันนี้มาบอกของดีกันไม่เชื่อลองเอาไปใช้ดูน่ะค่ะ


1.ถ้ามึนหัวหรือปวดศีรษะ ให้เอาจิตไปไว้ที่ท้ายทอยหรือสะดือ


2.ถ้านอนไม่หลับ ให้เอาจิตเอาไปไว้ที่ลำคอใต้ลูกกระเดือก


3.ถ้าต้องการเสริมไอคิว ให้เอาจิตไปไว้ที่กลางกระหม่อม


นึกถึง พุทโธ บ่อยๆเมื่อเวลาออกไปนอกบ้านจะดีและแคล้วคลาดทำได้ทุกคนไม่ว่าเด็ก-ผู้ใหญ่

คนจนหรือรวย


**ลองน่ะค่ะพอดีว่าได้ความรู้มาจาก(ไม่บอก)แต่ให้ลองน่ะค่ะ**

 

มนตราเทวี
Guest
ตอบ # 21 เมื่อ 05 มิ.ย. 52 15:17 น. [แจ้งลบ]

โอ้โหคุณokภาพพระศิวะงดงามมากดูมีพลังลึกลับไงไม่รู้นะคะ



ขอบคุณสำหรับคำอวยพรด้วยนะคะคุณ เกรซ และเคล็ดลับดีๆ



สังคมไม่ไร้คนดี มีน้ำใจ...ขอให้ทุกท่านมีความสุขเช่นกันนะคะ

เกรซ
Guest
ตอบ # 22 เมื่อ 10 มิ.ย. 52 23:34 น. [แจ้งลบ]

ขอพระองค์จงคุ้มครองท่านจงมีแต่ความสุขท่านจะประทานพรแด่ผู้ทำดีด้วยน่ะค่ะ


เกรซค่ะ

เกรซ
Guest
ตอบ # 23 เมื่อ 14 มิ.ย. 52 00:14 น. [แจ้งลบ]

สวัดดีค่ะพี่แอดมินวันนี้ไม่มีอะไรดีๆๆมาบอกแต่มีภาพของพระศิวะมาให้ดูกันน่ะค่ะขอพระองค์จงให้แด่ลูกๆๆๆที่ทำความดีด้วยเถอะ


เกรซ
admin
Guest
ตอบ # 24 เมื่อ 24 มิ.ย. 52 23:02 น. [แจ้งลบ]
สวัสดีจ๊ะคุณเกรซขอบคุณสำหรับภาพสวยๆครับ
เกรซ
Guest
ตอบ # 25 เมื่อ 29 มิ.ย. 52 03:34 น. [แจ้งลบ]

การที่เราจะปล่อยปลาหรือซื้อปลามาปล่อยควรที่จะซื้อที่ตลาดมาน่ะเพราะว่าสัตว์เหล้านั้นกำลังจะถูกคนฆ่าน่ะเราครวที่จะซื้อแบบนั้นมากกว่าตามที่วัดที่มีขายเพราะ


**เชื่อกันว่าการซื้อสัตว์เหล่านั้นจะมีบูญมากกว่า

เกรซ
Guest
ตอบ # 26 เมื่อ 01 ก.ค. 52 01:46 น. [แจ้งลบ]

Admin
Guest
ตอบ # 27 เมื่อ 01 ก.ค. 52 18:30 น. [แจ้งลบ]

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆเจ้าค่ะ คุณเกรซ ถูกมากเลยค่ะกาที่เราจะทำบุญปล่อยปลาที่ดีที่สุด

เราควรไปซื้อจากโรงฆ่าหรือตลาดสดที่เขากำลังจะฆ่าเพื่อทำเป็นอาหารของมนุษย์ อันนี้ได้กุศลแรงค่ะ

เชื่อว่าปลาตัวนั้นจะต้องอยากขอบคุณเราเป็นอย่างมากที่คืนชีวิตพวกเขาสู่ธรรมชาติของเขา ค่ะ.. 




เป็นข้อมูลที่เยี่ยมมากค่ะคุณเกรซ ขอบคุณๆจร้า  

พำาระ
Guest
ตอบ # 28 เมื่อ 21 ส.ค. 52 15:44 น. [แจ้งลบ]
มีใครอยู่หน้าจอบ้าง
จอม
Guest
ตอบ # 29 เมื่อ 21 ส.ค. 52 15:48 น. [แจ้งลบ]
เราอยากติดต่อกับคุณ กรุณาส่งที่อยู่ หรือเบอร์โทรศัพท์ให้เราด้วย



ขอบคุณคะ
เกรซ
Guest
ตอบ # 30 เมื่อ 21 ส.ค. 52 22:54 น. [แจ้งลบ]

ติดต่อใครท่านจอมระบุชื่อด้วย


วันนี้เปงวันที่ดูไม่ดีเลยที่เกรซต้องเดินทางไปไกลกว่าเดิมน่ะพี่แอดมินเกรวห่วงจังเลยห้องนี้ใครมาแอดมั่งอิอิ


จากเกรซ

1 2 3 4 5 6

Reply ตอบกลับกระทู้

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

    แนบไฟล์ :
(ขนาดไฟล์ไม่เกิน 2 MB.)
    ผู้เขียน : *
    E-mail : *
 ไม่ต้องการแสดง E-mail
    รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป
www.montradevi.org
planet earth universal 2010-2012
Unidentified Flying Object